depa ยกทีมตลุยทั้งภาคเหนือเดินหน้างานช่วย​SME.เต็มสูบ

ข่าวทั่วไป

9 มี.ค. 63

35

“ดีป้า” ยกทีมบุกภาคเหนือ ติดตาม 3 โปรเจกต์การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในชุมชน ลดต้นทุน สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

เชียงใหม่​ 9​ มี.ค.​ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า นำโดย นายศราวุธ เลาหะวิสุทธิ์ ผู้จัดการสาขาภาคเหนือตอนบน พร้อมทีมงานฝ่ายส่งเสริมและสนับสนันการพัฒนาชุมชน และสำนักงานสาขาภาคเหนือตอนบน ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าชุมชนที่ได้รับการส่งเสริมและสนับสนุน ภายใต้มาตรการช่วยเหลือหรือการอุดหนุนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อชุมชนในชนบท (depa Digital Transformation Fund for Community) ในพื้นที่จังหวัดลำปาง จำนวน 1 ชุมชน ได้แก่ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผลิตสินค้าจากไม้ไผ่ อ.แม่พริก และจังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 2 ชุมชน ได้แก่ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกผักปลอดสารพิษ อ.สันกำแพง, วิสาหกิจชุมชนกาแฟดอยขุนช่างเคี่ยน อ.เมือง 

โดยทีมงานได้ลงพื้นที่ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผลิตสินค้าจากไม้ไผ่ อ.แม่พริก ติดตามความก้าวหน้าโครงการระบบแปรรูปผลิตภัณฑ์จากไผ่ และ Self Declaration ตามข้อตกลง Thai-EU เพื่อการส่งออก ซึ่งมีการปลูกป่าไผ่กว่าหลายพันไร่ โดยไผ่เป็นไม้เศรษฐกิจหลักของชุมชน อีกทั้งยังมีการแปรรูปไผ่อย่างครบวงจร เช่น ตะเกียบอนามัย, ไม้เสียบอาหาร, ก้านธูป เป็นต้น ตลอดจนผลิตไฟฟ้าชุมชนด้วยระบบ Gasification ซึ่งได้มีการสนับสนุนให้มีซอฟต์แวร์ Forest Management System เพื่อบันทึกข้อมูลแปลงไม้และต้นไม้  สำหรับออก QR code เพื่อแสดงแหล่งที่มาของไม้ อันเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์และได้รับความเชื่อถือจากนานาประเทศ เพื่อเป็นการยกระดับทางการแข่งขันของสินค้าชุมชนในเวทีสากล 

จากนั้นทีมงานได้ลงพื้นที่ วิสาหกิจชุมชนกาแฟดอยขุนช่างเคี่ยน อ.เมือง จ.เชียงใหม่​ ติดตามความคืบหน้าโครงการการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อยกระดับกาแฟ 9 ดอย สำหรับวิสาหกิจชุมชนนี้เป็นหนึ่งในกลุ่ม ที่เกิดจากการรวมตัวกันของผู้ปลูกกาแฟในจังหวัดเชียงใหม่ ภายใต้โครงการกาแฟ 9 ดอย โดยมีวัตถุประสงค์ ในการพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์กาแฟ ตั้งแต่การปลูกจนถึงการออกเป็นผลิตภัณฑ์ เพื่อการยกระดับคุณภาพให้ทัดเทียมกับมาตรฐานสากล โดยที่ผ่านมาทางชุมชนประสบกับปัญหาในกระบวนการตากเมล็ดกาแฟ การควบคุมความชื้นภายในเมล็ดกาแฟที่ไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพของเมล็ดกาแฟไม่มีความคงที่ ทางชุมชนจึงได้สร้างโรงขจัดความชื้นเมล็ดกาแฟ พร้อมนำเทคโนโลยีดิจิทัลในการควบคุมความชื้นและการตรวจวัด เพื่อควบคุมคุณภาพของเมล็ดกาแฟให้ได้ประสิทธิภาพคงที่

นอกจากนี้ทีมดีป้า​ ยังลงพื้นที่ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกผักปลอดสารพิษ อ.สันกำแพง ติดตามความคืบหน้าโครงการการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อภาคอุตสาหกรรมด้านการเกษตรในรูปแบบโรงเรือนเมล่อนอัจฉริยะ สำหรับวิสาหกิจนี้ดำเนินการปลูกและจำหน่ายผักปลอดสารพิษหลายชนิดในพื้นที่อำเภอสันกำแพง อาทิ ฟักทอง แตงกวา และเมล่อน ซึ่งเป็นผลผลิตหลักของทางกลุ่มเนื่องจากมีราคาสูง จากการปลูกเมล่อนแบบดั้งเดิมที่ผ่านมา จำเป็นต้องใช้แรงงานในการดูแลให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ และไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิภายในโรงเรือนได้ ทำให้ผลผลิตไม่ได้มาตรฐาน ไม่มีความคงที่ ส่งผลให้เมล่อนไม่สามารถขายได้ในราคาที่ควรจะเป็น ทางกลุ่มจึงมีแนวคิดในการนำเทคโนโลยีสมาร์ทฟาร์มในโรงเรือนเข้ามาใช้ในการควบคุมการให้น้ำ ควบคุมอุณหภูมิ ผ่านสมาร์ทโฟน ซึ่งเกษตรกรสามารถควบคุมการผลิตเมล่อนได้อย่างครบวงจร มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ผลผลิตที่ได้มีคุณภาพและขายได้ในราคาที่สูงขึ้น  

นายศราวุธ​กล่าวว่า​ สำหรับทั้ง 3 โครงการฯ เป็นการส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี ให้เกิดการพัฒนาเครื่องมือในภาคการเกษตร และทำให้ผลผลิตทางการเกษตรของชุมชนมีมาตรฐานและคุณภาพมากยิ่งขึ้น ตลอดจนเป็นการช่วยเพิ่มมูลค่าของผลผลิตทางการเกษตรอีกทางหนึ่ง เพื่อการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนสู่ชุมชนดิจิทัลต่อไป โดยสามารถติดตามจ่าวสารทุกช่องทางตามแฮทแทกช์ #depa #digitalthailand #technology #innovation #community #Software #depadigitaltransformationfund #IoT #SmartFarm #Lampang #ChaingMai 

photo gallery: depa ยกทีมตลุยทั้งภาคเหนือเดินหน้างานช่วย​SME.เต็มสูบ,